หน้าแรก    • ธนาคารกลาง  • ห้องแช็ท  • วิทยุออนไลน์  • ช่วยเหลือ  • ค้นหา  • เข้าสู่ระบบ  • สมัครสมาชิก  

หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ตอนที่ 7 ผู้ที่ได้ชื่อว่า...มหาเวทย์ (ตอนต้น)  (อ่าน 3223 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
ว่างเปล่า...

ทร่ามกลางหมู่ดาวมากมาย มีเพียงดาวดวงเดียวที่ส่องสว่าง นั้นก็คือ...เธอ

ฉันอยากไปยังที่แห่งหนึ่ง

หญิง Thailand
 184
 101
 100



Windows XP MS Internet Explorer 8.0
« เมื่อ: มกราคม 10, 2554, 09:13:35 AM »


ตอนที่ 7 ผู้ที่ได้ชื่อว่า...มหาเวทย์ (ตอนต้น)


          ' เห้อ....นี่มันอะไรกันเนี่ย จะตามตื้อไปถึงภพไหนเนี่ย คาบก่อนพักกินข้าวก็รอบนึงแล้ว พอไปกินข้าวก็ตามมากินด้วย
พอคาบต่อมาก็ดันเรียนด้วยกันอีก โว้ย...ขัดลูกตา '   เซอเพนนั่นเองที่บ่นอยู่ในใจ

          วันนี้เป็นวันแรกของการเปิดฉากการเรียนศาสตร์แห่งเวทย์ ณ โรงเรียนศาสตร์แห่งเวทย์ยูนิคอรอส วันแรกของการเรียน
ไม่มีอะไรมาก ก็แค่ออกมาแนะนำตัวหน้าชั้นบ้าง อธิบายหลักสูตรการเรียนการสอนบ้าง ทำความรู้จักกับแมจิก หรืออาจารย์ผู้สอนบ้าง

          แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะมีแต่ทฤษฎีเพียงอย่างเดียว คาบนี้แหละเป็นคาบปฏิบัติ เป็นอะไรที่ถูกใจใครต่อใครหลายๆ คน
โดยเฉพาะพวกเมจขั้นต้น ยิ่งเซอเพนด้วยแล้ว คันไม้คันมืออยากจะอัดคนที่มันตามไม่เลิก

          รู้หรอกว่าไม่ได้ตามตัวเขาเอง แต่ตามเพื่อนเขา ไม่นึกเลยว่านอกจากเพศตรงข้ามจะนิยมแล้ว อาร์ดิสมันจะมีเสน่ห์กับ
เพศเดียวกันอีกด้วย เป็นไปได้คงตามไปถึงในห้องนอนเลยมั้ง แต่พลาดเสียแล้วตรงที่....

          ' ตรงไหนหนะเหรอ ตรงนี้ไง ไม่เชื่อก็ดูเอาเองสิ ' เซอเพนคิด และตอบในใจ (มันคงคิดดังมากเลย พวกเราเลยได้ยิน)

          เมื่อมองตามสายตาของเซอเพนไป เราจะพบกับภาพของเฮเรียสที่กำลังไม่สบอารมณ์อย่างรุนแรง สายตาของเฮเรียส
จ้องมองไปที่คนๆ หนึ่ง ซึ่งตามติดแจอาร์ดิสไม่ห่าง พอเขาจะคุยกะอาร์ดิสก็ดันมาชวนคุยตัดหน้า

          ' อาร์ดิสไปญาติดีกับมันทำไม และตั้งแต่เมื่อไหร่ ตอนอาร์ดิสคุยกะเซอเพนก็ไม่เห็นจะหงุดหงิดอะไรอย่างนี้ แต่ทำไม...
ทำไมจำเพราะต้องเป็นไอ้เจ้านี่ เห็นแล้วมันไม่สบอารมณ์เอาเสียเลย '  เฮเรียสบ่นอุบอยู่คนเดียว

          ส่วนอาร์ดิส ใช่ว่าไม่รู้สึกรู้สาอะไร รับรู้ได้ถึงสายตา 2 สายตา ที่มองมาอยู่เรื่อยๆ

          ' เห้อ....ตั้งแต่เหตุการณ์เมื่อคืนวานจบไป ตื่นขึ้นมาตอนเช้า พอออกจากหอเพื่อจะไปดูบอร์ดเวทย์ว่าแต่ละวันมีเรียนอะไรบ้าง
ดันไปเจอกับเจ้าคอร์วีแด หลังจากนั้นก็แยกกันไป แต่ดันไปเจอคาบก่อนพักเที่ยงอีกซะนี่ แต่ไหงตามไปทุกที่ก็ไม่รู้ แต่วันนี้เห็นชวน
คุยกันดีๆ ไม่กวนประสาทเหมือนคราวก่อน เลยตอบหรอก เดี๋ยวจะหาว่าเสียมารยาทอีก ว่าแต่ว่าเจ้านี่มันกินยาลืมเขย่าขวด หรือว่า
กินยาผิดขวด ถึงได้เมามาพูดจาดีๆ กับเรากันหละเนี่ย หรือว่าจะมีแผนอะไรอื่นอยู่ จึงมาตีซี้... ' อาร์ดิสคิดอยู่ในใจ

          "อะแห่ม....สวัสดีเมจทุกคน" เสียงๆ หนึ่งดังขึ้นขัดความคิดของทั้ง 3 คน

          มันเป็นเสียงที่ค่อนข้างจะคุ้นหูอาร์ดิสเอามากๆ แต่ก็นึกไม่ออกว่าใคร แต่เมื่อคนผู้นั้นปรากฎตัวต่อสายตา ก็ต้องถึงกับอึ้ง
ในทันใด ไม่ใช่ใครที่ไหน ที่แท้เขาก็คือคนที่ไปนอนแผ่อยู่หน้าบ้านของลุงซิก และป้าเนปนั่นเอง แต่เขามาที่นี่ได้ยังไง ในเมื่อเขาน่าจะ
กำลังพักฟื้นตัวอยู่ที่นั่น

          อาร์ดิสกำลังงงกับการโผล่มาของคนๆ นี้ ส่วนเฮเรียส เซอเพน และคอร์วีแดก็กำลังงงว่าอาร์ดิสเป็นอะไร จู่ๆ ก็เบิกตากว้าง
แล้วก็นิ่งสนิท ตามองไปที่คนๆ นั้น และค้างอยู่แค่นั้น

          "ขอแนะนำตัวก่อนเลยแล้วกัน ข้ามีนามว่า เอนเดเมี่ยน อควาเรียส เป็นแมจิก หรือก็คือผู้ฝึกสอนศาสตร์แห่งเวทย์ วิชานี้เป็นวิชา
ที่ว่าด้วยการต่อสู้ด้วยเวทย์ แต่ก่อนอื่นต้องทำการผนึกวิถีเวทย์เสียก่อน การผนึกวิถีเวทย์นี้คือการแบ่งค่าความสามารถด้านเวทย์ธาตุ
ให้แต่ละคน โดยจะต้องจำเพราะเจาะจงลงไปที่ธาตุใดธาตุหนึ่ง เพื่อฝึกปรือธาตุเวทย์ให้ตรงกับที่ตนเองถนัด พูดง่ายๆ ก็คือ ใช้ธาตุที่
เหมาะสมกับธาตุในตัวของเรานั่นแหละ"

          "ทุกคนมีธาตุทุกธาตุอยู่ในตัว แต่จะมีเพียงธาตุเดียวที่จะมีเหนือกว่าทุกธาตุ และธาตุนั้นแหละที่เราจะเลือกมาฝึกกัน คำถามก็คือ
เราจะรู้ได้อย่างไรว่าธาตุในตัวเราธาตุใดที่มีอยู่เป็นจำนวนมากที่สุด...นั่นหละคือเหตุผลที่ทำให้มีสิ่งนี้ขึ้นมา"

          เอนเดเมี่ยนหยิบของบางอย่างขึ้นมา มันเป็นสร้อยคอที่มีหินห้อยอยู่ตรงกลาง หินนั้นจะมีสีแตกต่างกันไปเมื่อผู้ที่สวมใส่มัน
หรือผู้ที่ถือมันมีรากฐานเวทย์ที่ต่างกัน มันจึงถูกขนานนามว่า...จินดารุ้งพราย

          "จินดารุ้งพรายนี่แหละ จะเป็นตัวบอกทุกสิ่ง ดังนั้นขอให้ก้าวออกมาเมื่อขานชื่อ แล้วรับสิ่งนี้ไปวางไว้บนฝ่ามือ จะข้างเดียว
หรือสองข้างก็ได้ ตามแต่ถนัด มาเริ่มกันเลย..."

          เอนเดเมี่ยนเรียกชื่อแล้วชื่อเล่า จนกระทั้ง....

          "อาร์เทมิส เซเรน หือ...." เอนเดเมี่ยนสะดุดกึก ชื่อนี้...นามสกุลนี้ หรือว่า.....

          อาร์ดิสเดินออกไปหาเอนเดเมี่ยนที่อยู่ด้านหน้า ทำให้เอนเดเมี่ยนหายข้องใจในทันที ไม่ผิดแน่แล้วคนที่เคยพบกันมาก่อน

          "ท่าน...ไม่ควรอยู่ที่นี่ ท่านควรจะพักฟื้นอยู่มิใช่หรือ ท่านแมจิกเอนเดเมี่ยน" อาร์ดิสพูดพรางส่งยิ้มให้ เขาไม่ได้โกรธอะไร
กลับดีใจเสียมากกว่าที่คนตรงหน้าหายดี จนสามารถเดินทางไกลกลับมาถึงที่นี่ได้

          "หามิได้ เพราะว่าข้าได้รับการดูแลเป็นอย่างดี จึงหายในเร็ววันเช่นนี้ เป็นเช่นไรบ้าง...อะ...อาร์เทมิส" เอนเดเมี่ยนเกือบจะ
หลุดปากเรียกอาร์ดิสว่า องค์หญิง แต่ก็โชคดีหน่อยที่ใช้ชื่ออาร์เทมิส เลยทำให้ไถไปได้อย่างเฉียดฉิว

          เล่นเอาอาร์ดิสแทบหยุดหายใจ นึกว่าความจะแตกเสียแล้ว     

          "เรามาเริ่มกันดีกว่าท่านแมจิกเอนเดเมี่ยน" อาร์ดิสตัดบท ก่อนที่จะมีอะไรดีๆ หลุดออกมาจากปากเอนเดเมี่ยน

          อาร์ดิสค่อยๆ ยื่นมือทั้งสองข้างเพื่อที่จะรับจินดารุ้งพรายมาไว้ในฝ่ามือ

          ในขณะเดียวกันนั้นเอง จินดารุ้งพรายที่อยู่ในมือของอาร์ดิสก็เริ่มเปล่งแสงออกมาสว่างจ้า

          เปรี๊ยะ เปรี๊ยะ เพล้ง !! แล้วแสงนั้นก็พลันวูบดับไป ยังไม่ทันที่จะได้รู้เลยว่า อาร์ดิสนั้นมีรากฐานเวทย์ธาตุอะไร

          ในใจของเอนเดเมี่ยนย่อมรู้ดีอยู่แล้วว่ายังไงเสีย อาร์ดิสต้องมีรากฐานเวทย์ธาตุแสงอยู่แล้วอย่างแน่นอนที่สุด
ส่วนตัวอาร์ดิสเองนั้นก็รู้ตัวเองดีว่าตนถนัดเวทย์ธาตุแสงที่สุด ส่วนเวทย์ธาตุอื่นๆ ดูเหมือนจะไม่ค่อยได้เรื่องได้ราวเท่าไหร่นัก
แต่อาร์ดิสก็ยังอยากรู้ด้วยการใช้จินดารุ้งพราย เพื่อเป็นการยืนยันความมั่นใจอีกที และทำไปตามกฎการเรียนการสอนของวิชานี้
และของยูนิคอรอสแห่งนี้

          เสียดาย...เป็นความคิดของคน 3 ถึง 4 คน ที่รู้สึกเช่นนั้น ซึ่งคนเหล่านั้นก็คือ เฮเรียส คนแรกเลยที่แสนจะเสียดาย
ไม่ได้รู้ธาตุเวทย์ของอาร์ดิสสักที ตามมาก็คือ เซอเพน รวมไปถึงพวกของคอร์วีแดด้วย กำลังจะได้รู้อยู่แล้วเชียว

          "ขะ...ขอโทษ..." อาร์ดิสกำลังจะกล่าวแสดงความเสียใจที่ทำให้จินดารุ้งพรายแตก โดยที่ไม่ทราบสาเหตุ

          "ไม่ๆ ไม่ใช่ความผิดของเจ้าหรอก" เอนเดเมี่ยนแย้งขึ้นมา

          "มันเป็นเพราะข้าเอง ไม่เป็นไรข้าพกมาอีกอัน เรามาเริ่มกันใหม่นะ" เอนเดเมี่ยนทำท่าจะหยิบบางอย่างออกมาอีกครั้ง

          สิ่งที่เอนเดเมี่ยนกำลังจะเอาออกมา น่าจะเป็นสร้อยจินดารุ้งพรายนั่นแหละ เมจขั้นต้นต่างจ้องมองไปที่เอนเดเมี่ยน
เพื่อรอการเริ่มผนึกวิถีเวทย์อีกครั้งสำหรับผู้ที่ยังไม่รู้รากฐานเวทย์

          แต่สิ่งที่เอนเดเมี่ยนหยิบขึ้นมา มันกลับไม่เหมือนจินดารุ้งพรายเลย แม้ว่าจะเป็นสร้อยเหมือนกันก็ตาม แล้วมันคืออะไรกันหว่า

          "สิ่งนี้เป็นสร้อยเวทย์เฉกเช่นเดียวกับจินดารุ้งพราย แต่มิได้ใช้เพียงแค่ผนึกวิถีเวทย์ได้เท่านั้น มันยังสามารถเพิ่มพลังเวทย์
ให้แก่ผู้ที่สวมใส่มันได้อีกด้วย ซ้ำยังทำให้สามารถร่ายเวทย์ได้โดยไม่ต้องกล่าวแต่อย่างใด เพียงแค่นึกคิด ประกอบกับการใช้มือ
ก็สามารถบังคับพลังเวทย์ได้ตามต้องการ สิ่งนี้เรียกว่า...สุริยันจันทราพิชิต"

          เมื่อเอนเดเมี่ยนบอกชื่อของสิ่งๆ นั้น และอธิบายสรรพคุณจนจบ ก็ยื่นมันให้กับอาร์ดิส อาร์ดิสรับสุริยันจันทราพิชิตมาไว้ในอุ้งมือ
และทันใดนั้นเอง มันก็เปล่งแสงสีทองออกมา หินที่ดูขุ่นๆ ที่ห้อยอยู่ตรงกลางกลับกลายเป็นอัญมณีสีใส และค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็น
สีน้ำตาล สักครู่ก็เปลี่ยนเป็นสีน้ำเงิน และเปลี่ยนไปอีกหลายสี ทั้งสีขาว สีเทาเงิน สีเขียว และมาหยุดอยู่ที่สีดำ  ก่อนจะเปลี่ยนเป็นสี
เหลืองอร่าม ดุจดั่งสีทอง

          "เมื่อใดที่อัญมณีสุกสกาวพราวแสงดุจอำพัน คนผู้นั้นคือผู้ที่มีธาตุแห่งแสงสถิต...นั่นคือคำตอบของเจ้า อาร์เทมิส "

          เอนเดเมี่ยนประกาศคำตอบ

          ไม่มีเสียงฮือฮาอะไร เพราะก่อนจะเลื่อนมาเป็นเมจขั้นต้นนั้น ไม่มีใครได้รับการศึกษาเกี่ยวกับธาตุเวทย์อย่างเจาะลึก รู้เพียง
ผิวเผินเท่านั้น แต่สำหรับเฮเรียส และเซอเพน ย่อมรู้ดี เพราะการได้อยู่ในราชสำนัก และได้เรียนในโรงเรียนของราชสำนัก นับเป็น
ข้อดีอย่างหนึ่งตรงที่ ล่วงรู้เกี่ยวกับศาสตร์แห่งเวทย์ได้ลึกซึ้งกว่าผู้ที่เรียนโรงเรียนทั่วๆ ไป ที่มิได้ขึ้นตรงกับทางราชสำนัก

          ' งั้นเองหรอกหรอ เพราะอย่างนี้นี่เองเจ้าถึงไม่ใช้พลังเวทย์เลยแม้แต่ครั้งเดียว แม้ว่าข้าจะพยายามทำให้เจ้าใช้เช่นไร
เพราะว่าธาตุเวทย์ของเจ้าเป็นธาตุแสงสินะ ฮ่ะ ฮ่ะ...ไม่เลวจริงๆ อาร์ดิส ดูเหมือนว่าเจ้ายังมีอะไรอีกมากให้ข้าต้องค้นหามัน...จริงไหม ' 

          เฮเรียสพร่ำอยู่ภายในใจ

          "ฮ่ะ ฮ่ะ ฮ่ะ....อาร์ดิส เจ้านี่มัน ร้ายจริงๆ กว่าข้า และเฮเรียสจะได้รู้ เล่นเอาเกือบถอดใจเชียวนะ แต่ไม่ผิดหวังจริงๆ นะ สมแล้ว
กับการรอคอย งานนี้หละสนุกแน่" เซอเพนนี่พูดออกมาอย่างใจคิดเลย ไม่รีรอใดๆ

          ' ใช่ สนุกแน่ๆ หึหึ มันต้องสนุกมากแน่ๆ ช่างเป็นคนที่ลึกลับ น่าค้นหา น่าติดตามอะไรเช่นนี้...อาร์เทมิส เซเรน ต่อไป...เจ้าจะมี
อะไรมาให้ข้าแปลกใจอีก ข้าอยากรู้เสียจริงๆ '  คอร์วีแดก็คิดเช่นเดียวกับเซอเพน

          แสดงว่าคอร์วีแดก็รู้เรื่องธาตุเวทย์ไม่น้อยไปกว่าเฮเรียส และเซอเพน ถึงได้คิดเช่นนั้น แล้วคอร์วีแดรู้ได้อย่างไรกันนะ

          เอนเดเมี่ยนยิ้มอย่างมีเล่ห์นัย ก่อนจะรับสุริยันจันทราพิชิตคืน จากอาร์ดิส และบอกให้อาร์ดิสกลับที่ของตน แล้วจึงเรียกคนต่อไป

          "เฮริออส เลียนเน...ชามส์วัน" เอนเดเมี่ยนชะงักไปพักหนึ่งก่อนจะเสริมชื่อราชวงศ์เข้าไปด้วยอย่างรู้ดี

          เฮเรียสได้แต่กล่าวในใจว่า...' อีกแล้ว พวกรู้ดีอีกแล้ว ให้ตายสิ โรงเรียนนี้มีแต่พวกหูตาไวหรือไงกันนะ '  พร้อมกับก้าวเดินไปหา
เอนเดเมี่ยน

          "ยูนิคอรอส น้อมรับเสด็จองค์ชาย..." เอนเดเมี่ยนโค้งคำนับไปพร้อมกับการเอ่ย

          "ทำไมต้องมากพิธีกันด้วยหละท่านแมจิกเอนเดเมี่ยน ในเมื่อตอนนี้ข้าเป็นเพียงแค่เมจขั้นต้น ลูกศิษย์ของท่าน" เฮเรียสกล่าว

          "ถ้าเช่นนั้นข้าขอเรียกนามของท่าน เหมือนลูกศิษย์คนอื่นๆ ก็แล้วกัน" เอนเดเมี่ยนกล่าวตอบ

          "ข้าไม่ขัดข้อง ท่านแมจิก แล้วแต่ท่านเห็นสมควร" เฮเรียสพูดจาอย่างสุภาพ และดูนอบน้อม สมแล้วที่เป็นถึงองค์ชาย

          "งั้นมาเริ่มกันเลยเถิด" เอนเดเมี่ยนมอบสุริยันจันทราพิชิต ให้แก่เฮเรียส

          เมื่อสุริยันจันทราพิชิตอยู่ในมือของเฮเรียส มันก็ค่อยๆ เปล่งแสง หินสีขุ่นแปรเปลี่ยนเป็นอัญมณีสีใสอีกครั้งก่อนจะกลายเป็น
สีเทาออกไปทางสีเงินๆ

          "เมื่อใดก็ตามที่หินอันขุ่นมัว เจิดจรัสประดุจดั่งเพชรล้ำค่า เฉกเช่นหยาดน้ำค้างที่หลั่งลงมาจากฟากฟ้า ครานั้นผู้ที่ถือคือผู้ที่
ธาตุแห่งวายุสถิต และนั่นเป็นคำตอบของเจ้า เฮริออส" เอนเดเมี่ยนเอ่ยออกมาเช่นนั้น

          แต่จู่ๆ สุริยันจันทราพิชิตก็เปล่งแสงอีกครั้งหนึ่ง ทำให้ทุกคนที่นั่นตกใจกันอย่างมาก เกิดอะไรขึ้นกัน...และเมื่อแสงค่อยๆ จางลง
ก็พลันปรากฎพลอยสีอำพันกึ่งหนึ่ง ผสมผสานกับเพชรงามน้ำหนึ่ง....มันอะไรกันเนี่ย....

          "น่าตกใจจริงๆ" เอนเดเมี่ยนกล่าวขึ้น

          "นอกจากท่านผู้นั้นแล้ว ข้าไม่เคยเห็นมันเป็นเช่นนี้มาก่อน วันนี้แค่วันเดียวกลับมีคนทำให้ข้าทึ้งถึงสองคน คือเจ้า และอาร์เทมิส"

          เอนเดเมี่ยนกล่าวอย่างทึ้งในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

          "ท่านหมายความว่าอย่างไร ท่านแมจิก ท่านผู้นั้นคือใคร? ข้า กับอาร์ดิส ทำไมอย่างนั้นหรือ? และสิ่งนี้มันหมายความว่าอย่างไร?"

          เฮเรียสเกิดความสงสัยอย่างมาก

          "ตามปกติแล้ว คนเราทุกคนมีรากฐานเวทย์ได้เพียงธาตุเดียว แต่สำหรับเจ้าไม่ใช่เช่นนั้น รากฐานเวทย์ของเจ้ากลับมีถึงสองธาตุ
ด้วยกัน ซึ่งมันเป็นไปได้ แต่ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ที่ใครก็เป็นได้ เพราะการที่จะทำให้รากฐานเวทย์ที่น่าจะมีธาตุแค่ธาตุเดียวนั้นกลายเป็นมี
ธาตุทั้งสองธาตุได้เนี่ยไม่มีผู้ใดสามารถทำได้ นอกเสียจาก....ได้รับมาตั้งแต่กำเนิดเท่านั้น และท่านผู้นั้นก็มีธาตุสองธาตุเป็นรากฐานเวทย์
เช่นเดียวกับเจ้าเฮเรียส ส่วนเรื่องที่เจ้าถามว่าท่านผู้นั้นคือใครนั้น ท่านผู้นั้นไม่ใช่ใครอื่นไกล แต่เป็นผู้ที่พวกเจ้าจะได้พบที่หอประชุมในเย็นวันนี้"

          เอนเดเมี่ยนยิ้มหลังจากจบการอธิบายอันยืดยาว เฮเรียสกำลังจะเอ่ยปากถามต่อเกี่ยวกับเรื่องที่ว่าอาร์ดิส ก็เป็นหนึ่งในคนที่ทำให้
เอนเดเมี่ยนถึงกับทึ้งนั้น เป็นเพราะอะไรกัน แต่ก็ดันโดนตัดหน้าเสียก่อน

          "แล้วเรื่องอาร์ดิสหละครับ ท่านแมจิก ท่านยังไม่ได้อธิบายเลย" เซอเพนนั่นเองที่ชิงถามซะก่อน แย่งซีนกันหน้าตาเฉย


---------------------------จบ ตอนที่ 7 (ตอนต้น)---------------------------

T^T~T-T~Y-Y

---------------------------จากใจผู้เขียน---------------------------








2 Fame / [unclekai-1 ] [Watchmaker ]

บันทึกการเข้า

หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  


Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.13 | SMF © 2006-2009, Simple Machines LLC | Sitemap Valid XHTML 1.0! Valid CSS!


Google visited last this page กรกฎาคม 07, 2562, 01:33:36 AM